GROW HAIR, GROW CONFIDENCE
(+66) 85-836-9994

รักษาผมร่วงด้วยยา

บางครั้งถ้าปัญหาผมร่วงยังไม่ได้หนักหนาสาหัสมาก คุณก็อาจรักษาด้วยการทานยาแทนการปลูกผมก่อนก็ได้ แต่ขึ้นชื่อว่ายา บางคนก็กลัวกันไปก่อนซะแล้ว เชื่อเถอะว่าถ้าใช้อย่างถูกวิธีและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วล่ะก็ การรักษาด้วยวิธีนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเรามาดูกันดีกว่าว่าคุณควรทานยาอะไรดี

ในปัจจุบันนี้ ยาที่ผ่านการรับรองจาก อ.ย. ในการรักษาโรคผมร่วง ผมบางจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมนจะมีอยู่ 2 ตัว นั่นก็คือ Finasteride และ Minoxidil โดยหมอจะพูดถึง  Finasteride ก่อนแล้วกัน ยาตัวนี้จะใช้สำหรับรับประทานโดยถ้าจะอธิบายถึงหลักการทำงานของเจ้ายาตัวนี้เนี่ยเราต้องเข้าใจสาเหตุก่อนว่าโรคผมร่วงจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมนนั้นเกิดจากฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่า Testosterone มันเปลี่ยนไปเป็น  Di-hydrotestosterone หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า DHT

ซึ่งเจ้า DHT นี่แหละคือวายร้ายที่ไปออกฤทธิ์ให้รากผมมีขนาดเล็กลงและฝ่อไปในที่สุด หน้าที่ของยา Finasteride จึงมีหน้าที่ไปยับยั้งไม่ให้ฮอร์โมน Testosterone เปลี่ยนเป็น DHT เมื่อใช้ยาไปประมาณ 2-3 เดือน ระดับ DHT ในร่างกายลดลง เราก็จะสังเกตได้ว่าผมร่วงน้อยลงแถมยังดูหนาขึ้นอีกด้วยโดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ แต่ห้ามใช้ยาตัวนี้กับสตรีมีครรภ์เด็ดขาด เพราะอาจทำให้ทารกพิการได้ สำหรับใครที่อยากบริจาคเลือด ก็ควรหยุดยานี้ก่อนสัก 1 เดือนเช่นกัน

ส่วนผลข้างเคียงที่อาจพบได้ของ Finasteride เนี่ย ก็คือความต้องการทางเพศอาจจะลดลง อวัยวะเพศไม่แข็งตัว แต่ก็พบได้แค่ประมาณ 2% ของคนที่ทานยาซึ่งจะเห็นได้ว่าเกิดขึ้นน้อยมาก และถึงแม้ว่าถ้าคุณคือ “ผู้โชคดี” เป็นหนึ่งใน 2% นั้น เพียงแค่หยุดทานยา อาการที่กล่าวมาทั้งหมดก็จะหายไปเอง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยบอกว่าในปีแรกที่เริ่มทานยา Finasteride เนี่ย ก็อาจจะมีผลข้างเคียงอย่างที่กล่าวไว้เมื่อกี้ แต่ถ้าทานต่อเนื่องจนเกิน 1 ปีไปแล้ว ผลข้างเคียงเหล่านั้นก็จะลดลงจนเหลือเท่าๆ กับผู้ที่ใช้ยาหลอก (Placebo) นั่นหมายความว่าถ้าคุณทานยาแล้วมีผลข้างเคียง แต่ยังทานต่อไปเรื่อยๆ อาการดังกล่าวก็จะค่อยๆ หายไปเอง สำหรับการใช้ยาชนิดนี้ คุณควรจะทานอย่างต่อเนื่องเพราะหยุดยาเมื่อไหร่ ผมก็จะเริ่มกลับมาร่วงอีก

ยาตัวต่อมาก็คือ Minoxidil สำหรับใช้ทา เจ้ายาตัวนี้จะช่วยให้เลือดและสารอาหารมาเลี้ยงรากผมได้มากขึ้น ทำให้ผมในระยะ Anagen (ระยะที่ผมงอกยาว) อยู่ได้นานขึ้น แถมยังเส้นผมหนาขึ้นอีกด้วย โดยจะเริ่มเห็นผลหลังจากทายาไปแล้ว 3 เดือน เมื่อทาแล้วก็ควรใช้อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าหยุดยา ผมก็จะเริ่มกลับมาร่วงอีกสำหรับยาตัวนี้ก็อาจมีผลข้างเคียงได้เหมือนกัน คุณอาจเกิดอาการระคายเคือง เช่น แดง คัน โดยเฉพาะหากคุณใช้ยาที่มีความเข้มข้นสูงในระดับ 5% หรือ 10% ถ้าหากทาแล้วมีอาการเหล่านี้ ก็อาจเปลี่ยนมาใช้ยาที่มีความเข้มข้นต่ำลงมา หรือใช้ในปริมาณที่น้อยลง นอกจากนี้ ถ้าคุณใช้ Minoxidil ชนิดทาภายนอก ก็อาจทำให้มีขนขึ้นใกล้ๆ กับบริเวณที่ทายาได้ หรือถ้าใช้ Minoxidil ชนิดรับประทานก็อาจทำให้ขนขึ้นทั้งตัวเลย แหม … ก็ดูแมนไปอีกแบบนะ

พูดถึงยา Minoxidil ชนิดรับประทานเนี่ย อาจจะมีผลข้างเคียงอื่นๆ ด้วย เพราะเดิมมันถูกใช้เป็นยาลดความดัน จึงอาจมีผลกับระบบหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นการใช้ยา Minoxidil ชนิดรับประทานจึงควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์ค่ะ

เอาล่ะ … ตอนนี้เราเดินทางกันมาจนถึงโค้งสุดท้ายแล้ว คุณคงจะรู้สึกว่าการใช้ยารักษาอาการผมร่วงก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และน่าจะเป็นทางเลือกลำดับแรกๆ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มมีปัญหา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถไปซื้อยาทานเองสุ่มสี่สุ่มห้าตามร้านขายยาได้หรอกนะ เราขอแนะนำว่าให้ลองแวะเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราก่อนใช้ยาดีกว่า … เพื่อเส้นผมและเพื่อสุขภาพของตัวคุณเอง

 

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!