GROW HAIR, GROW CONFIDENCE
(+66) 85-836-9994

แกลเลอรี่

ปลูกผม 2 สัปดาห์ก็เห็นผลแล้ว … จริงหรือ?

โดย : วันที่ : 24 ธันวาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

จะตอบว่าเห็นผลก็คงไม่ถูกต้องหรอกค่ะ เพราะเมื่อพ้น 2 อาทิตย์ไปแล้ว ผมที่เพิ่งปลูกจะร่วงหลุดไปก่อนอยู่ดี จากนั้นจึงค่อยขึ้นมาใหม่ ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่คนไข้กังวลกันมาก เพราะบางรายนี่ร่วงจนแทบไม่เหลือ เหมือนไม่เคยได้รับการปลูกผมมาก่อนเลย อันที่จริงแล้ว คนไข้จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในเดือนที่ 3 ซึ่งผมที่ปลูกจะขึ้นราวๆ 10-30% ค่ะ “กลยุทธ์ในการโฆษณาถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ แต่นั่นก็ต้องมาพร้อมกับ “จรรยาบรรณ” ในการให้ข้อมูลอย่างถูกต้องแก่คนไข้ด้วยเช่นกัน” ที่ HAIRSMITH CLINIC เราไม่เน้นโฆษณาสุดพิศดารที่ชวนให้คนไข้เข้าใจผิด แต่ยึดมั่นในจรรยาบรรณและยืนหยัดในหลักการที่จะให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมไร้แผลเป็นมีจริงเหรอ

โดย : วันที่ : 16 กันยายน 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

หลายคนเข้าใจว่าการปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) เป็นการปลูกผมแบบไร้แผลเป็น จริงๆ แล้วไม่ว่าจะแบบ FUT หรือ FUE ก็มีแผลเป็นทั้งนั้น เพียงแต่ FUE จะมีแผลเป็นขนาดเล็กมากๆ กระจายตามบริเวณที่เรานำผมมาปลูก (Donor Area) อย่างเส้นผ่าศูนย์กลางแผลเป็นของคลินิกเราจะเล็กกว่า 1 มม. ดังนั้นถ้าคนไข้ไว้ผมยาวกว่า 3 มม. ขึ้นไปก็มองไม่เห็นแล้ว แต่ถ้าไว้ผมสั้นมากชนิดเอามีดโกนหนังศีรษะให้สั้นเตียนกว่านั้น ก็มีโอกาสที่จะมองเห็นแผลเป็น ดังนั้นการจะบอกว่าเทคนิค FUE คือการปลูกผมแบบไร้แผลเป็นนั้นถือว่าเป็นโฆษณาที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง โดยจรรยาบรรณแพทย์ระดับสากลอย่างของ ABHRS หรือ ISHRS เค้าก็รณรงค์ไม่ให้โฆษณาว่าเป็นศัลยกรรมไร้แผลเป็น (Scarless Surgery) เพราะเข้าข่ายทำให้คนไข้เข้าใจผิดได้ เพื่อให้ประโยชน์สูงสุดของคนไข้เอง พยายามเลือกสถานบริการที่ให้ข้อมูลถูกต้องและครบถ้วนที่สุด

อ่านเพิ่มเติม

ขอลดปริมาณยาเพราะกลัวผลข้างเคียงได้มั้ย

โดย : วันที่ : 26 กรกฎาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

เดิมที Finasteride ขนาด 5 มก.  เป็นยาที่ใช้รักษาโรคต่อมลูกหมากโต ต่อมาปี 1997 องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) รับรองการใช้ยานี้ในการรักษาผมร่วง แต่เป็นขนาดที่ใช้นั้นเพียง 1   มก. เท่านั้นค่ะ ต้องบอกว่ามันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นนั้นมีแค่ 1-2% เท่านั้นเอง ต่อมามีการศึกษาตั้งแต่ปี 1999 รายงาน ว่าการได้รับยา Finasteride ขนาด 0.05 มก./วัน ก็ให้ผลต่อระดับ DHT  ในหนังศีรษะใกล้เคียงกับการได้รับยาขนาด 1 มก. และ 5 มก. (Fianasteride 0.05 มก. จะลด DHT บนหนังศีรษะลง 61.6%, ขนาด 0.2 มก. จะลดลง 56.5%, ขนาด 1 มก. จะลดลง 64.1% และขนาด 5 มก. จะลดลง 69.4%) “ดังนั้นหากถามว่าเราจะลดขนาดยาลงเหลือทานสัปดาห์ละ […]

อ่านเพิ่มเติม

วิธีประเมินภาวะผมร่วงด้วยตัวเอง

โดย : วันที่ : 15 กรกฎาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

หมอเข้าไปอ่านกระทู้ผมร่วงใน Pantip มาเมื่อวันก่อนแล้วพบว่าหลายๆ คนที่เริ่มผมร่วงก็จะรีบวิตกไปก่อนแล้ว คือหมอก็เข้าใจนะคะ แต่อยากจะบอกว่าบางครั้งเราใช้ความรู้สึกมาตัดสินไม่ได้ อย่างเช่น คนผมยาวเวลาผมร่วงมันจะดูร่วงเยอะกว่าคนผมสั้น หรือบางทีเราไม่ได้สระผมมาหลายวัน พอมาสระผมก็ร่วงเยอะ แบบนี้มันก็วัดไม่ได้ เรามาทำความเข้าใจเรื่องเส้นผมกันก่อน แล้วลองดูว่าจะประเมินภาวะผมร่วงด้วยตัวเองยังไงค่ะ หนังศีรษะคนเรามีผมประมาณ 80-100 กอต่อ 1 ตร.ซม. ซึ่งแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติ อายุ เพศ ตำแหน่งของผม เช่น ท้ายทอย ด้านหน้า และด้านข้างก็จะหนาแน่นต่างกัน โดยเฉลี่ยหนังศีรษะของคนเรามีเส้นผมประมาณ 100,000 เส้น ใน 100,000 เส้นนี้ ประมาณ 90% หรือ 90,000 เส้น เป็นผมที่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต มีการงอกยาว มีสีเข้ม หรือ Anagen ประมาณ 1% หรือ 100 เส้น เป็นระยะที่รากผมหยุดการเจริญเติบโต มีสีจางลง หรือ Catagen ประมาณ 10% หรือ 10,000 […]

อ่านเพิ่มเติม

โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata)

โดย : วันที่ : 3 กรกฎาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

หลายคนได้ยินชื่อแล้วอาจจะสงสัยว่าทำไมชื่อโรคนี้มันแปลกจัง ก็อย่างที่เคยบอกไว้ในบทความก่อนนั่นแหละค่ะว่าโรคผมร่วงมันมีหลายแบบ หลายสาเหตุ สำหรับปัญหาผมร่วงเป็นหย่อมที่พูดถึงในบทความนี้ จะมีลักษณะเป็นวงคล้ายเหรียญ  มีขอบเขตชัดเจน ซึ่งเป็นโรคที่พบได้ประมาณ 1.7% ของประชากร โดยพบมากในช่วงอายุประมาณ 15-30 ปี  “สาเหตุของการเกิดโรคนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดนัก แต่เชื่อกันว่าน่าจะเกิดจากความผิดปกติของระบบ  Autoimmune และมักพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับโรค Autoimmune อื่นๆ เช่น โรคไทรอยด์ โรคด่างขาว โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง  เป็นต้น” ถ้าตรวจดูบริเวณที่มีหย่อมผมร่วง สีผิวอาจเป็นปกติหรือมีสีชมพูเรื่อๆ ได้ หากลองรูดผมบริเวณนั้นออกเบาๆ เส้นผมอาจหลุดติดมือได้ง่าย บริเวณโคนเส้นผมจะเรียวเล็กกว่าบริเวณปลายผม เรียกว่า  Exclimation Mark Hair หรือเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์นั่นเอง! คนไข้ที่เป็นโรคนี้อาจมีผมร่วงแค่หย่อมเดียว หรือหลายหย่อมก็ได้ บางคนอาจมีหลายหย่อมมารวมกันจนดูเหมือนร่วงทั้งศีรษะ หรืออาจเป็นบริเวณไหนที่มีขนก็ได้ เช่น คิ้ว ขนตา หรือขนตามตัวบริเวณต่างๆ สำหรับใครที่เป็นโรคนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ ถ้าเป็นน้อยๆ มันก็มักจะหายเองได้ แต่การรักษาจะช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม  โดยทั่วไปเรามักจะรักษาด้วยการทายา และฉีดยาเข้าบริเวณหย่อมผมร่วง จากนั้น ผมจะเริ่มขึ้นใหม่ประมาณ 1-1.5 เดือนหลังการรักษาค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!