GROW HAIR, GROW CONFIDENCE
(+66) 85-836-9994

แกลเลอรี่

หลังปลูกผม 3 เดือนผมจะขึ้นแค่ไหน

โดย : วันที่ : 17 ตุลาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

บ่อยครั้งที่หมอมักเจอคำถามจากคนไข้ของเราว่าทำไมปลูกผมไป 3 เดือนแล้วแต่ผมขึ้นนิดเดียว อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ หลังจากปลูกผมไปแล้ว 2 สัปดาห์ผมที่ปลูกจะเริ่มร่วงออกไปก่อน ตอนนั้นคนไข้ส่วนใหญ่จะตกใจว่าผมไม่ขึ้นแถมยังร่วงอีกต่างหาก ขอให้ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ หมอแนะนำให้ลองสังเกตผมที่ร่วงไปนั้นไม่ได้มีรากผมหลุดไปด้วย ดังนั้นผมที่ร่วงไปเดี๋ยวมันก็จะขึ้นมาใหม่ โดย 3 เดือนแรกเนี่ย ผมที่ปลูกจะขึ้นเพียงประมาณ 10-20% คนไข้จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนที่ 6 ซึ่งผมจะขึ้นประมาณ 50-60% ก่อนที่จะขึ้นเต็มที่ใน 1 ปีค่ะ “ปลูกผมก็เหมือนกับปลูกต้นไม้ ต้องใจเย็น รู้จักรอคอยให้มันค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ นะคะ” ข้อมูลพวกนี้หมออธิบายให้คนไข้ทุกคนตั้งแต่เจอกันวันแรกแล้วล่ะ แต่พอถึงเวลาที่ผมร่วงจริงๆ คนไข้ก็ตกใจกันเกือบทุกคนอยู่ดี (ฮ่า)

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมแบบ FUE กับ FUT แบบไหนดีกว่ากัน

โดย : วันที่ : 16 ตุลาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

อันที่จริงแล้วไม่มีแบบไหนที่เรียกว่าดีที่สุด เพราะศัลยกรรมปลูกผมทั้งสองเทคนิคนั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป FUT นั้นเหมาะสำหรับเคสที่ต้องใช้กอผม (graft) มากๆ โดยไม่สูญเสียความหนาแน่นของผมจาก Donor Area คุณภาพของกอผมจะดีกว่า ลดเวลาในขั้นตอน Donor Harvesting หรือการนำกอผมออกจากบริเวณท้ายทอย แต่ก็จะทิ้งแผลเป็นเส้นยาวประมาณ 10-20 ซม. เอาไว้ ถ้าตัดผมสั้นมากๆ ก็จะเห็นแผลเป็นได้ง่าย ส่วน FUE นั้นเหมาะกับเคสที่ไม่ต้องใช้กอผมมาก เทคนิคนี้จะมีแผลเป็นที่เล็กกว่า 1 มม. กระจายบริเวณ Donor Area แต่ข้อเสียก็คือถ้าใช้นำกอผมออกมามากเกินไป ก็จะสูญเสียความหนาแน่นของผมบริเวณ Donor Area ได้ “ดังนั้นเราควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมปลูกผม ‘เท่านั้น’ เป็นผู้ประเมินว่าวิธีไหนเหมาะกับคนไข้” ที่ต้องเน้นแบบนี้ก็เพราะว่าหากไม่ได้เชี่ยวชาญหรือเข้าใจปัจจัยต่างๆ อย่างถ่องแท้แล้ว เทคนิคที่ถูกเลือกใช้อาจไม่ใช่เทคนิคที่เหมาะสมที่สุด หากแต่เป็นเพียง “เทคนิคที่หมอถนัด” ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมไร้แผลเป็นมีจริงเหรอ

โดย : วันที่ : 16 กันยายน 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

หลายคนเข้าใจว่าการปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) เป็นการปลูกผมแบบไร้แผลเป็น จริงๆ แล้วไม่ว่าจะแบบ FUT หรือ FUE ก็มีแผลเป็นทั้งนั้น เพียงแต่ FUE จะมีแผลเป็นขนาดเล็กมากๆ กระจายตามบริเวณที่เรานำผมมาปลูก (Donor Area) อย่างเส้นผ่าศูนย์กลางแผลเป็นของคลินิกเราจะเล็กกว่า 1 มม. ดังนั้นถ้าคนไข้ไว้ผมยาวกว่า 3 มม. ขึ้นไปก็มองไม่เห็นแล้ว แต่ถ้าไว้ผมสั้นมากชนิดเอามีดโกนหนังศีรษะให้สั้นเตียนกว่านั้น ก็มีโอกาสที่จะมองเห็นแผลเป็น ดังนั้นการจะบอกว่าเทคนิค FUE คือการปลูกผมแบบไร้แผลเป็นนั้นถือว่าเป็นโฆษณาที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง โดยจรรยาบรรณแพทย์ระดับสากลอย่างของ ABHRS หรือ ISHRS เค้าก็รณรงค์ไม่ให้โฆษณาว่าเป็นศัลยกรรมไร้แผลเป็น (Scarless Surgery) เพราะเข้าข่ายทำให้คนไข้เข้าใจผิดได้ เพื่อให้ประโยชน์สูงสุดของคนไข้เอง พยายามเลือกสถานบริการที่ให้ข้อมูลถูกต้องและครบถ้วนที่สุด

อ่านเพิ่มเติม

ผมหงอก … ยิ่งถอนยิ่งขึ้น?

โดย : วันที่ : 10 August 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

เรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะคะว่าผมหงอกเนี่ยมันเกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสีไม่ทำงานหรือตายไป ซึ่งจะพบได้มากในครอบครัวที่มีกรรมพันธ์ุผมหงอก และจะพบมากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การที่เราดึงผมหรือถอนผมไม่ได้เกี่ยวกับการทำให้ผมหงอกเพิ่มขึ้น และการถอนผมก็ไม่ได้ทำให้จำนวนเส้นผมเพิ่มขึ้นแต่ประการใด แถมผมเส้นที่เราถอนก็มีแนวโน้มที่จะขึ้นเป็นผมหงอกอีกค่ะ “บางคนสังเกตว่าการถอนผมหงอกทำให้ผมบริเวณใกล้เคียงหงอกไปด้วยนั้นน่าจะเกิดจากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว คือผมโดยทั่วไปกำลังจะหงอกอยู่แล้ว พอเราเริ่มสังเกตเห็นผมหงอก ก็จะหาทางกำจัด เราจึงอาจเข้าใจผิดว่าการถอนผมเป็นสาเหตุได้ค่ะ” ผมหงอกยังรักษาไม่ได้นะคะ  ทางออกเดียวคือย้อม อย่าไปถอนเล่น เดี๋ยวผมจะบางแทนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ขอลดปริมาณยาเพราะกลัวผลข้างเคียงได้มั้ย

โดย : วันที่ : 26 กรกฎาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

เดิมที Finasteride ขนาด 5 มก.  เป็นยาที่ใช้รักษาโรคต่อมลูกหมากโต ต่อมาปี 1997 องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) รับรองการใช้ยานี้ในการรักษาผมร่วง แต่เป็นขนาดที่ใช้นั้นเพียง 1   มก. เท่านั้นค่ะ ต้องบอกว่ามันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นนั้นมีแค่ 1-2% เท่านั้นเอง ต่อมามีการศึกษาตั้งแต่ปี 1999 รายงาน ว่าการได้รับยา Finasteride ขนาด 0.05 มก./วัน ก็ให้ผลต่อระดับ DHT  ในหนังศีรษะใกล้เคียงกับการได้รับยาขนาด 1 มก. และ 5 มก. (Fianasteride 0.05 มก. จะลด DHT บนหนังศีรษะลง 61.6%, ขนาด 0.2 มก. จะลดลง 56.5%, ขนาด 1 มก. จะลดลง 64.1% และขนาด 5 มก. จะลดลง 69.4%) “ดังนั้นหากถามว่าเราจะลดขนาดยาลงเหลือทานสัปดาห์ละ […]

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!