Hair Transplant in Bangkok, Thailand
(+66) 85-836-9994
Dr.Prima's Blog

บทความคุณหมอพรีมา

วิธีประเมินจำนวนกราฟท์

โดย : วันที่ : 26 กรกฎาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

หนึ่งในคำถามที่เจอบ่อยจากคนไข้ก็คือทำไมแต่ละคลินิกถึงประเมินจำนวนกราฟท์ได้ไม่เท่ากัน แล้วเราควรจะเชื่อใครดี หมอมีคำแนะนำให้ค่ะ ต้องบอกไว้ก่อนนะคะว่าการประเมินจำนวนกราฟท์นั้นควรประเมินแต่พอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เพราะถ้ามากเกินความจำเป็นก็ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับคนไข้ บางครั้งหน้างานจริงก็ไม่สามารถปลูกได้เยอะเท่าที่ประเมินมาแบบเกินพอดี เพราะความหนาแน่นที่ใช้กันทั่วไปสำหรับการปลูกผมมันก็มีมาตรฐานของมันอยู่ แบบนี้คลินิกได้เงินเพิ่มขึ้น แต่คนไข้เสียเงิน เสียรากผมโดยใช่เหตุ หรือการประเมินที่น้อยเกินจริง คนไข้อาจตัดสินใจง่ายเพราะเห็นว่าราคาไม่แพง แต่ผลลัพธ์กลับไม่น่าพึงพอใจเพราะความหนาแน่นมันไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ สุดท้ายคนไข้ก็ต้องเข้ารับการปลูกผมใหม่อยู่ดี จริงๆ แล้วถ้ามีเวลา หมอแนะนำให้เข้ามาประเมินที่คลินิกมากกว่า เพราะการประเมินจำนวนกราฟท์จากรูปภาพซึ่งคนไข้นิยมส่งทางอีเมลหรือไลน์ถือว่าเป็นการประเมินที่หยาบและมีโอกาสคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้ง่ายมาก เนื่องจากมุมในการถ่ายที่แตกต่างกัน ก็ทำให้การประเมินผิดเพี้ยนได้แล้ว ดังนั้นวิธีในการประเมินจำนวนกราฟท์ที่เหมาะสมคือการวัดหาพื้นที่ปลูกว่ามีขนาดเท่าไหร่แน่ แล้วคำนวณด้วยความหนาแน่นที่จะปลูก เช่น พื้นที่ปลูก 50 ตารางเซนติเมตร ใช้ความหนาแน่นในการปลูกที่ 40 กราฟท์/ตารางเซนติเมตร ดังนั้น จำนวนกราฟท์ที่ต้องใช้ทั้งหมดคือ 50 x 40 = 2,000 กราฟท์ เป็นต้น จากประสบการณ์ส่วนตัว เคยเจอจำนวนกราฟท์ที่ประเมินแตกต่างกันถึง 500 – 1,500 กราฟท์เลยก็มี ถ้าคิดเป็นจำนวนเงินนี่ไม่น้อยเลยนะคะ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของคนไข้เอง คนไข้ควรขอให้ผู้ให้บริการอธิบายโดยละเอียดว่าจำนวนกราฟท์ที่ประเมินนั้นมาได้ยังไง จากการวัดพื้นที่หรือแค่ประเมินจากรูปภาพ ผู้ให้บริการที่ดีจะสามารถอธิบายหลักในการประเมินจำนวนกราฟท์ได้อย่างละเอียดและให้ข้อมูลได้ครบถ้วนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมแล้วยังต้องทานยาอยู่มั้ย

โดย : วันที่ : 11 กรกฎาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

คำถามนี้เจอบ่อยมากทั้งทางโทรศัพท์และที่เข้ามาพบหมอที่คลินิกนะคะ เพื่อให้เข้าใจง่าย หมอขอแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นดังนี้ค่ะ 1.) ผมที่ปลูก – ผมพวกนี้ย้ายมาจากบริเวณท้ายทอยซึ่งเป็นผมที่ไม่ร่วงอยู่แล้ว เนื่องจากไม่มี Receptor ของฮอร์โมน DHT คุณสมบัตินี้จะติดตัวมาด้วยเมื่อเรานำมาปลูก ดังนั้นต่อให้ไม่ทานยา ผมที่ปลูกก็จะขึ้นและอยู่กับเราไปตลอดเหมือนเพื่อนๆ ที่อยู่บริเวณท้ายทอยค่ะ 2.) ผมเดิม (ผมเก่าในบริเวณอื่น) – ปัญหาจะอยู่ตรงนี้แหละ เพราะถ้าคนไข้มีกรรมพันธุ์ผมบาง ศีรษะล้าน มันก็มีแนวโน้มที่ผมพวกนี้จะหลุดร่วงไปตามกรรมพันธุ์ การทานยาก็จะมีบทบาทตรงนี้เพื่อไม่ให้ผมมันร่วงไปจนเหลือแต่ผมปลูกค่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าควรทาน … หน้าที่นี้ปล่อยให้หมอจัดการค่ะ ต้องบอกก่อนว่ายาไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน บางคนก็ควรทาน บางคนก็ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่ต้องพิจารณาว่าคนไข้นั้นๆ ยังมีแนวโน้มที่จะเจอปัญหาผมบางต่อไปหรือไม่ ซึ่งหมอก็ต้องดูทั้งอายุ ระดับความบางของผม ประวัติกรรมพันธุ์ในครอบครัว ฯลฯ ไม่ทานยาได้มั้ย … ไม่ทานก็ได้ค่ะ ไม่ได้บังคับ แต่ก็ต้องยอมรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยเช่นกันว่าหาคนไข้มีแนวโน้มที่จะเจอปัญหาผมบางไปเรื่อยๆ ผมธรรมชาติก็อาจจะร่วงไปจนเหลือแต่ผมที่ปลูก ในอนาคตก็อาจต้องกลับมาปลูกใหม่ในบริเวณที่ผมธรรมชาติหายไปนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม

นิยามใหม่ของเทคนิค FUE

โดย : วันที่ : 29 June 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

คนไข้ของหมอหลายๆ คนคงทราบอยู่แล้วว่า FUE คือเทคนิคที่เจาะเอาผมออกจากด้านหลังทีละกอ เดิมทีมันย่อมาจาก Follicular Unit Extraction ประเด็นมันอยู่ที่ตัว E หรือ Extraction นั่นแหละ เพราะ Extraction มันแปลตรงๆ ตัวว่าการดึงออก เลยทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าแค่ดึงกอผมออกมาก็หลุดแล้ว แถมเริ่มมีการนำไปโฆษณาว่า “ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเย็บ ไม่มีแผลเป็น”​ ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปกันใหญ่ เพราะอย่างที่หมอเคยอธิบายไปว่าศัลยกรรมปลูกผมไม่ว่าจะเป็น FUE หรือ FUT ต่างก็เป็นการผ่าตัดทั้งนั้น ถึงแม้ว่า FUE จะไม่ต้องมีการเย็บ แต่ก็ยังทิ้งแผลเป็นเล็กๆ อยู่ดี ไม่ใช่ไม่มีเลย “เมื่อคำว่า Extraction ไม่ได้สะท้อนความหมายที่แท้จริง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คณะกรรมการของสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (ISHRS) จึงได้ทบทวนและมีมติให้เปลี่ยนนิยามของตัว E สุดท้ายจากคำว่า Extraction เป็นคำว่า Excision แทน ซึ่งคำว่า Excision นี้มาจากคำว่า Incision (ผ่า, ตัด) + Extraction […]

อ่านเพิ่มเติม

บุหรี่กับศัลยกรรมปลูกผม

โดย : วันที่ : 29 June 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีงานวิจัยมากพอที่ระบุชัดเจนว่าบุหรี่มีผลเสียต่อผลลัพธ์จากการปลูกผมรึเปล่า แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าการสูบบุหรี่นั้นจะทำให้เลือดไปเลี้ยงที่หนังศีรษะลดลง นั่นจึงอาจทำให้โอกาสรอดของกอผม (Graft’s survival rate) ลดลงไปด้วย ส่งผลให้ผลที่ปลูกขึ้นไม่ดี หรือขึ้นช้ากว่าปกติ ดังนั้นเราจึงแนะนำให้คนไข้งดสูบบุรี่เป็นเวลา 2 อาทิตย์ทั้งก่อนและหลังเข้ารับการปลูกผมค่ะ อย่างไรก็ตาม บุหรี่ไม่ได้มีผลเสียต่อผมที่ปลูกเท่านั้น จริงๆ มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพและเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง ฯลฯ ถ้าลดหรือเลิกได้ก็ทำเถอะค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเองนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมวกเลเซอร์ปลูกผม

โดย : วันที่ : 1 June 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้หมวกเลเซอร์ Q: หมวกเลเซอร์ช่วยอะไรบ้าง A: ช่วยให้แผลจากการปลูกผมหายเร็วขึ้น ลดรอยแดง และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดเพื่อให้รากผมได้สารอาหารมากขึ้น ผมที่เส้นเล็กก็จะหนาขึ้น Q: ต้องใช้บ่อยแค่ไหน A: จากงานวิจัยที่เราทำกับร่วมกับ รพ. รามาธิบดี ควรใช้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที ติดต่อกัน 6 เดือนขึ้นไป จะเห็นผลลัพธ์ว่าผมดูหนาขึ้นอย่างสังเกตได้ Q: ถ้าไม่ใช้หมวกเลเซอร์ ผมที่ปลูกจะขึ้นมั้ย A: ถึงไม่สวมหมวก หรือไม่ทานยา ผมที่ปลูกก็ควรขึ้นและไม่หลุดร่วงค่ะ เพียงแต่การสวมหมวกอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดรอยแดงและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น Q: ถ้าหัวล้านแบบไม่มีผมแล้ว หมวกเลเซอร์ช่วยได้มั้ย A: ถ้าไม่มีรากผมแล้ว หมวกเลเซอร์ไม่ช่วยค่ะ ต้องปลูกผม Q: เลเซอร์กับแอลอีดี (LED) ประสิทธิภาพเหมือนกันมั้ย A: จากกงานวิจัยของเรา แอลอีดี (LED) ไม่มีผลช่วยเรื่องผมบางนะคะ เพราะพลังงานไม่พอ จำนวนของเลเซอร์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าน้อยเกินไป พลังงานก็ไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมทั้งศีรษะ สำหรับคนไข้ของเรานั้น สามารถใช้หมวกเลเซอร์ได้ตลอดไม่จำกัดจำนวนครั้งและระยะเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!