GROW HAIR, GROW CONFIDENCE
(+66) 85-836-9994

แกลเลอรี่

ปลูกผมแล้วยังต้องทานยาอยู่มั้ย

โดย : วันที่ : 11 กรกฎาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

คำถามนี้เจอบ่อยมากทั้งทางโทรศัพท์และที่เข้ามาพบหมอที่คลินิกนะคะ เพื่อให้เข้าใจง่าย หมอขอแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นดังนี้ค่ะ 1.) ผมที่ปลูก – ผมพวกนี้ย้ายมาจากบริเวณท้ายทอยซึ่งเป็นผมที่ไม่ร่วงอยู่แล้ว เนื่องจากไม่มี Receptor ของฮอร์โมน DHT คุณสมบัตินี้จะติดตัวมาด้วยเมื่อเรานำมาปลูก ดังนั้นต่อให้ไม่ทานยา ผมที่ปลูกก็จะขึ้นและอยู่กับเราไปตลอดเหมือนเพื่อนๆ ที่อยู่บริเวณท้ายทอยค่ะ 2.) ผมเดิม (ผมเก่าในบริเวณอื่น) – ปัญหาจะอยู่ตรงนี้แหละ เพราะถ้าคนไข้มีกรรมพันธุ์ผมบาง ศีรษะล้าน มันก็มีแนวโน้มที่ผมพวกนี้จะหลุดร่วงไปตามกรรมพันธุ์ การทานยาก็จะมีบทบาทตรงนี้เพื่อไม่ให้ผมมันร่วงไปจนเหลือแต่ผมปลูกค่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าควรทาน … หน้าที่นี้ปล่อยให้หมอจัดการค่ะ ต้องบอกก่อนว่ายาไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน บางคนก็ควรทาน บางคนก็ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่ต้องพิจารณาว่าคนไข้นั้นๆ ยังมีแนวโน้มที่จะเจอปัญหาผมบางต่อไปหรือไม่ ซึ่งหมอก็ต้องดูทั้งอายุ ระดับความบางของผม ประวัติกรรมพันธุ์ในครอบครัว ฯลฯ ไม่ทานยาได้มั้ย … ไม่ทานก็ได้ค่ะ ไม่ได้บังคับ แต่ก็ต้องยอมรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยเช่นกันว่าหาคนไข้มีแนวโน้มที่จะเจอปัญหาผมบางไปเรื่อยๆ ผมธรรมชาติก็อาจจะร่วงไปจนเหลือแต่ผมที่ปลูก ในอนาคตก็อาจต้องกลับมาปลูกใหม่ในบริเวณที่ผมธรรมชาติหายไปนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผม … อย่าเลือกเพราะของแถม

โดย : วันที่ : 31 March 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

ในการเลือกสถานให้บริการปลูกผมนั้น คนไข้ควรจะพิจารณาคุณภาพ มาตรฐานในการให้บริการ รวมทั้งประสบการณ์ของศัลยแพทย์เป็นหลัก ในขณะที่ของแถมอื่นๆ เช่น สระผมฟรี หรือใช้เลเซอร์ฟรีนั้น ไม่ควรเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณา เนื่องจากเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น เพราะผมที่ปลูกก็ควรขึ้นมากกว่า 90% อยู่ดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ว่าด้วยเรื่องหัว Punch

โดย : วันที่ : 23 February 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

นอกจากทักษะของแพทย์ที่ลงมือทำในขั้นตอน Graft Extraction แล้ว หัว Punch ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อ Transection Rate (TX) หรืออัตราความเสียหายของกราฟท์หรือกอผมที่ถูกเจาะออกมา หัว Punch ทั่วไปจะเป็นแบบคม (Sharp) ทำให้เจาะง่าย แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิด TX สูง หากแพทย์กำหนดทิศทางในการเจาะไม่ถูกต้อง “แต่ที่ HAIRSMITH CLINIC เราเลือกใช้หัว Punch แบบ Hybrid Trumpet ของ WAW FUE SYSTEM จากประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหัว Punch ที่ดีที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากมีความคมด้านนอก แต่ไม่คมด้านใน เมื่อเจาะผ่านผิวหนังลงไปแล้ว จึงไม่ไปตัดกราฟท์จนเกิด TX” เมื่อรวมกับความเชี่ยวชาญของหมอ จึงส่งผลให้ TX ที่ HAIRSMITH CLINIC อยู่ในอัตราที่ต่ำมากเพียง 1-3% เท่านั้น คนไข้จึงมั่นใจได้เลยว่าผมทุกเส้นที่ถูกเจาะออกมาจะได้รับความเสียหายน้อยที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมแบบ FUE กับ FUT แบบไหนดีกว่ากัน

โดย : วันที่ : 16 ตุลาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

อันที่จริงแล้วไม่มีแบบไหนที่เรียกว่าดีที่สุด เพราะศัลยกรรมปลูกผมทั้งสองเทคนิคนั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป FUT นั้นเหมาะสำหรับเคสที่ต้องใช้กอผม (graft) มากๆ โดยไม่สูญเสียความหนาแน่นของผมจาก Donor Area คุณภาพของกอผมจะดีกว่า ลดเวลาในขั้นตอน Donor Harvesting หรือการนำกอผมออกจากบริเวณท้ายทอย แต่ก็จะทิ้งแผลเป็นเส้นยาวประมาณ 10-20 ซม. เอาไว้ ถ้าตัดผมสั้นมากๆ ก็จะเห็นแผลเป็นได้ง่าย ส่วน FUE นั้นเหมาะกับเคสที่ไม่ต้องใช้กอผมมาก เทคนิคนี้จะมีแผลเป็นที่เล็กกว่า 1 มม. กระจายบริเวณ Donor Area แต่ข้อเสียก็คือถ้าใช้นำกอผมออกมามากเกินไป ก็จะสูญเสียความหนาแน่นของผมบริเวณ Donor Area ได้ “ดังนั้นเราควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมปลูกผม ‘เท่านั้น’ เป็นผู้ประเมินว่าวิธีไหนเหมาะกับคนไข้” ที่ต้องเน้นแบบนี้ก็เพราะว่าหากไม่ได้เชี่ยวชาญหรือเข้าใจปัจจัยต่างๆ อย่างถ่องแท้แล้ว เทคนิคที่ถูกเลือกใช้อาจไม่ใช่เทคนิคที่เหมาะสมที่สุด หากแต่เป็นเพียง “เทคนิคที่หมอถนัด” ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ผมร่วง ผมบาง เกิดจากอะไร

โดย : วันที่ : 3 กรกฎาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

ปัญหาผมร่วง ผมบาง นั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เราสามารถแบ่งโรคผมร่วงออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือชนิดที่ไม่มีแผลเป็นบนหนังศีรษะ (Non-Scarring Alopecia) และชนิดที่มีแผลเป็นบนหนังศีรษะ (Scarring Alopecia)  วันนี้เราจะพูดถึงปัญหาผมร่วง ผมบาง จากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia) ซึ่งถือว่าเป็นโรคผมร่วงชนิดที่ไม่มีแผลเป็นบนหนังศีรษะนั่นเอง “รู้มั้ยว่าเมื่อปี 2555 มีรายงานว่าคนที่ผมร่วงในทวีปเอเชียนั้นเกิดจากสาเหตุนี้ถึง 73% เชียวแน่ะ เรียกได้ว่าสาเหตุจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia) นั้นถือว่าพบบ่อยและเป็นสาเหตุหลักของคนผมร่วง ผมบาง ซึ่งพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชายเลยค่ะ” ภาวะนี้เกิดจากองค์ประกอบหลักๆ 3 อย่าง คือ ฮอร์โมน พันธุกรรม และอายุ โดยลักษณะสำคัญที่จะพบคือ ผมจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กลงเรื่อย (Miniaturization) และบริเวณของผมที่ร่วงจะมีแพทเทิร์นที่ชัดเจนคือ ในผู้ชายแนวไรผมด้านหน้าจะร่นขึ้น ที่เราเรียกกันว่าหัวเถิกนั่นแหละ หรือทำให้เห็นแนวไรผมเป็นรูปตัว M บางคนอาจมีผมบริเวณขวัญที่บางลง หรือเรียกกันทั่วไปว่าหัวไข่ดาว ซึ่งก็จะมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไปดังรูปข้างล่างนี้ ส่วนผู้หญิงก็จะมีแพทเทิร์นที่แตกต่างกับของผู้ชาย (ดูภาพประกอบ) โดยปกติในผู้หญิงผมจะร่วงและบางบริเวณด้านบนของศีรษะเป็นบริเวณกว้างๆ โดยแนวไรผมจะไม่ร่นขึ้น แนวทางการรักษาก็มีหลายวิธี การใช้ยา – แม้ว่ายาบางตัวอาจหาซื้อได้เองตามร้านขายยา […]

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!